urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การตรวจพิเศษ เพื่อการวินิจฉัยโรค
 

Sleep Lab : การตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ เป็นการตรวจสำคัญที่ใช้เพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆของร่างกายระหว่างการนอนหลับ  เช่น ระบบการหายใจ  ระดับออกซิเจนในเลือด  การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และกล้ามเนื้อ รวมถึง ศึกษาพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับด้วย 

ปัจจุบันถือว่าเป็นการตรวจมาตรฐานสากล (gold standard) สำหรับการวินิจฉัย โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โรคหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (obstructive sleep apnea; OSA) รวมถึงการกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆ และพฤติกรรมที่ผิดปกติระหว่างการนอนหลับ เป็นต้น

ข้อบ่งชี้ที่สำคัญของการตรวจ sleep test ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหานอนกรนดังผิดปรกติ  หรือมีอาการง่วงนอนกลางวันมากผิดปรกติ ทั้ง ๆ ที่ได้นอนอย่างเพียงพอแล้ว
  • ผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก และสงสัยว่าจะมีการหยุดหายใจขณะหลับ  
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมการนอน ผิดปรกติอื่น ๆ  เช่น นอนแขนขากระตุก  นอนกัดฟัน หรือ นอนละเมอ นอนฝันร้าย สะดุ้งตื่นเป็นประจำ เป็นต้น

  โดยผู้รับการตรวจควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคการนอนหลับโดยตรง หรือแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องเช่น หู คอ จมูก, อายุรแพทย์, หรือกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อสอบถามประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนและหลังการตรวจ เพื่อพิจารณาทางเลือกในการตรวจและรักษาแบบต่าง ๆ

ประโยชน์ของการตรวจ Sleep test
            เป็นการตรวจที่เป็นมาตรฐาน (standard investigation) ที่ใช้ในการวินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรค  ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea; OSA)  ซึ่งจะมีผลต่อการวางแผนและการตัดสินใจทางเลือกในการรักษา   เช่น

  • การตั้งค่าความดันลม (Pressure titration) กรณีที่รักษาโรคด้วยเครื่องเป่าความดันลมบวก เพื่อขยายช่องทางเดินหายใจ (Continuous positive airway pressure; CPAP),
  • การปรับระดับของเครื่องมือในช่องปาก  (oral appliances)
  • นอกจากนี้ยังใช้พิจารณาเลือกวิธีการผ่าตัดทางเดินหายใจและใช้ติดตามผลการรักษา ตลอดจนช่วยในการวินิจฉัยโรคความผิดปรกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนอนได้อีกด้วย  

วิธีการตรวจ Sleep test 

การตรวจสุขภาพการนอนหลับจะเริ่มต้นในช่วงหัวค่ำ (ประมาณ 20.00 น ทั้งนี้ตามความเหมาะสมของแต่ละราย) ก่อนเริ่มการตรวจเจ้าหน้าที่จะอธิบายลักษณะเกี่ยวกับอุปกรณ์ และการปฏิบัติตัวต่างๆ ระหว่างการตรวจ

 ผู้รับการตรวจจะได้รับการทดลองใส่หน้ากากของเครื่องเป่าความดันลมบวก (CPAP mask)  เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจระดับรุนแรง

เมื่อผู้ป่วยพร้มจะเข้านอน เจ้าหน้าที่จะเริ่มทำการติดสายวัดการทำงานระบบต่างๆ ของร่างกาย

  • ตรวจวัดคลื่นสมอง เพื่อวัดความลึกของการนอนหลับ
  • ตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะนอนหลับ
  • ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดขณะนอนหลับ
  • ตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูก
  • ตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและหน้าท้องขณะหายใจ

ดังนั้น ผู้รับการตรวจจะนอนหลับพร้อมมี สายของ อุปกรณ์ต่างๆติดที่บริเวณศีรษะ ใบหน้า คาง หน้าอกและขาทั้ง 2 ข้าง  ฯลฯ ( สรุปว่า ติดสายโยงใยไปทั่วตัว ) โดยจะมีเจ้าหน้าที่จะอยู่ในห้องควบคุมภายนอกห้องนอนของผู้รับการตรวจ ซึ่งจะดูแลระหว่างการตรวจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

การเตรียมตัวเข้ารับการตรวจ          

ในวันที่ตรวจผู้รับการตรวจควรสวมเสื้อผ้า เหมือนชุดที่ใส่นอนเป็นประจำ  โดยทำจิตใจให้สบาย ไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากจะไม่มีสร้างความเจ็บปวดใด ๆ นอกจากความไม่คุ้นเคย กับเครื่องมือที่ติดตามร่างกาย ส่วนต่างๆ เท่านั้น 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในวันตรวจ

  • การดื่ม กาแฟ ชา  เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์เป็นส่วนผสม
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก หลังเที่ยง
  • การใส่น้ำมัน หรือครีมแต่งผม  เนื่องจากต้องติดเครื่องที่ศีรษะด้วย

 

Hit Counter