urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การตรวจพิเศษ เพื่อการวินิจฉัยโรค
 

EST :Exercise Stress Test การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลัง

การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลัง เป็นการตรวจสมรรถภาพของหัวใจ โดยให้ผู้ป่วยออกกำลังด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน เพื่อทดสอบว่าเมื่อหัวใจทำงานหนักขึ้น และกล้ามเนื้อหัวใจมีความต้องการใช้ออกซิเจนจากเลือดเพิ่มมากขึ้น จะเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดขึ้นหรือไม่ โดยดูจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เปลี่ยนแปลง และการเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อย รวมทั้งระดับความดันโลหิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ประโยชน์จากการทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลัง

  1. เพื่อวินิจฉัยแยกโรคว่าอาการเจ็บหน้าอกเกิดจากโรคหัวใจ หรือสาเหตุอื่น รวมถึงใช้ตรวจในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจแต่ยังไม่มีอาการของโรค
  2. เพื่อติดตามผลการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งก่อนผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ หรือทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ ขณะที่ให้ยารักษาและหลังจากการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ หรือทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ
  3. เพื่อบ่งบอกความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และความปลอดภัยในการดำรงชีวิต และการออกกำลังกายเมื่อจะออกจากโรงพยาบาล

การเตรียมตัวก่อนการทดสอบ

  1. พักผ่อนให้เพียงพอในวันก่อนตรวจ
  2. งดสูบบุหรี่ งดรับประทานอาหารมื้อหนัก ห้ามดื่มชา กาแฟ ก่อนการทดสอบอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง
  3. งดยาบางชนิดก่อนการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์
  4. เลือกสวมรองเท้าที่ใส่สบายเหมาะแก่การออกกำลังกาย

การทดสอบด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน

ก่อนทดสอบ

เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นขั้วสัญญาณไฟฟ้าไว้บริเวณทรวงอก เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมทั้งรัดสายวัดความดันโลหิต

ขณะทดสอบ

ผู้รับการตรวจต้องเดินบนสายพาน โดยสายพานจะเริ่มจากช้าๆ และเพิ่มความเร็วและความชันของเครื่องเป็นระยๆ ตามโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพของผู้ทดสอบ

หลังทดสอบ

ผู้ทดสอบพักจนคลื่นไฟฟ้าหัวใจและความดันโลหิตกลับมาระดับปกติ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ สามารถทราบผลการทดสอบได้ทันที

ข้อควรระวังขณะตรวจ

ถ้ามีความรู้สึกผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

  1. มึนงง เวียนศีรษะ
  2. รู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก
  3. รู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าอก แขนหรือขากรรไกร ปวดหรือเป็นตะคริวที่ขา

ข้อควรระวังหลังการตรวจ

หากพบอาการเจ็บแน่นหน้าอก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์โดยเร่งด่วน

ผลการตรวจ

ถ้าผลเป็นบวก แบ่งเป็น 3 ชนิดได้แก่

  1. หลอดเลือดหัวใจตีบไม่รุนแรง ควรควบคุมปัจจัยเสี่ยง รับประทานยาสม่ำเสมอ ถ้าไม่ดีขึ้นควรได้รับการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจต่อไป
  2. หลอดเลือดหัวใจตีบปานกลาง ควรรับประทานยาสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์ และอาจพิจารณาฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ
  3. หลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรง ควรได้รับการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ เพื่อพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม เช่น การทำบอลลูนขยายหลอดเลือด การผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ

ถ้าผลเป็นลบ

  1. แสดงว่าไม่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหลอดเลือดหัวใจตีบไม่รุนแรง
  2. ปรึกษาแพทย์เพื่อการปฏิบัติตัว
  3. ตรวจค้นหาสาเหตุอื่นของอาการเจ็บหน้าอกต่อไป
Hit Counter