urnurse.net
  เรื่องดี ดี มีไว้แบ่งปัน
เรื่องดีดี มีไว้แบ่งปัน

 

ออกรถพยาบาล

กชพร

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ประทับใจสำหรับผู้เขียน จากการทำงานพยาบาลห้องฉุกเฉินคือ การออกรถพยาบาลไปรับผู้ป่วย ซึ่งภารกิจนี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ความอยู่รอดปลอดภัยของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับความสามารถในการประเมินอาการ และการตัดสินใจของพยาบาลอย่างแท้จริง

การออกรถพยาบาลนั้น พวกเราจะผลัดเวรกันโดย มีการมอบหมายกันล่วงหน้า อาจจะเป็นโชคชะตา หรือฟ้าลิขิต ผู้เขียนมักจะได้รับมอบหมายภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ด้วยการรับผู้ป่วยที่อาการสาหัสบ่อยครั้ง ทำการกู้ชีพระหว่างทางหลายคราว ไม่ได้ผู้ป่วยกลับมาก็มี (ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนเราไปถึง) ถึงขนาด เป็นที่ร่ำลือกันในหมู่พนักงานขับรถ และ พนักงานเปล ว่าถ้ามีการขอรถพยาบาล แล้วพบว่า พยาบาลผู้ที่ได้รับมอบหมายออกไปพร้อมรถเป็นผู้เขียนละก้อ ...เตรียมตัว งานเข้า

การออกรถพยาบาลไปรับผู้ป่วย พยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องมีความรู้เรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยวิธีต่างๆ เพราะอาจพบเหตุการณ์ เช่นเดียวกับผู้เขียน ที่ไปรับผู้ป่วย CVAมีอาการหอบเหนื่อย อยู่บนชั้น3ของตึกแถว ช่องทางบันไดหักมุมและแคบมาก เราไม่สามารถนำเปลตักขึ้นไปได้ ผู้ป่วยก็ตัวใหญ่มาก จะอุ้มก็ไม่ไหว อ๊อกซิเจนก็ต้องให้ งานนี้พวกเราต้องช่วยกันนำผู้ป่วยใส่เก้าอี้ และแบกกันลงมาอย่างทุลักทุเล โชคดีที่ผูุ้้ป่วยมีความอดทนไม่หยุดหายใจระหว่างเคลื่อนย้าย แต่ก็ยังไม่วายมาหยุดหายใจในรถพยาบาล ต้องทำการกู้ชีพตลอดทาง จนมาถึงโรงพยาบาลก็ช่วยกันต่อ (รายนี้รอด )

นอกจากวิธีเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแล้ว ความรู้เรื่องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะรถเข็น Ferno ซึ่งโครงสร้างค่อนข้างบอบบาง ขณะปรับนั่งควรรัดตัวผู้ป่วยให้ติดกับพนักพิงด้วย เพราะเคยเกิดเหตุ ผู้ป่วยตัวใหญ่หอบเหนื่อย ขณะหอบตัวโยนมาด้านหน้า รถ Ferno ก็กระดกคว่ำ ผู้ป่วยตกทรุดลงมากองกับพื้น โชคดีที่ผู้ป่วยไม่ได้รับบาดเจ็บ และ ญาติโยมก็คนกันเอง ไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด

ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้รับมอบหมายให้ออกรถพยาบาลไปรับผู้ป่วยอาการหอบเหนื่อย เมื่อไปถึงบ้าน พบ ผู้ป่วยหมดสติแล้ว แต่ยังหายใจ พวกเราก็จัดการให้อ๊อกซิเจน และเปิดเส้นให้น้ำเกลือ เสร็จแล้วก็ช่วยกันพาผู้ป่วยใส่รถพยาบาล รีบกลับมาโรงพยาบาล แต่ออกจากบ้านผู้ป่วยมาได้ไม่นาน ผู้ป่วยก็หยุดหายใจ ผู้เขียนก็ดำเนินการกู้ชีพตามที่ได้ร่ำเรียนมา แต่ ระยะทางกว่าจะมาถึงโรงพยาบาลก็อีกยาวไกลร่วม 20 กิโลเมตร จึงตัดสินใจแวะพัก นำผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลอื่นที่ใกล้กว่า พี่ๆพยาบาลก็ให้การต้อนรับอย่างดี เราช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ แต่ผู้ป่วยก็ไม่ยอมฟื้น ผู้เขียนจึงต้องฝากศพผู้ตายไว้ที่นั่น แล้วนำรถพยาบาลกลับโรงพยาบาลโดยไม่มีผู้ป่วย

อีก 2 วันต่อมา ภรรยาของผู้ตายมาติดต่อชำระเงินที่โรงพยาบาล และมาขอพบผู้เขียน เพื่อขอบคุณที่ผู้เขียนพยายามช่วยเหลือสามีของเธอ นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์์ืที่ผู้เขียนประทับใจ เพราะถึงแม้ผู้ป่วยไม่รอดชีวิต แต่ญาติก็ยังเข้าใจว่าเราได้พยายามเต็มที่แล้ว

 

Hit Counter