urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การบริหารยา

Aminophylline , Theophylline


(Aminophylline 100 mg/tabหรือ injection 250 mg/10ml,

(Theophyllinesustained release 200 mg/tab หรือ elixir 50 mg/5ml ขนาด 60 ml,)

แนวทางการบริหารยา

1. การใหยาทางหลอดเลือดดําควรใหแบบ continuous infusion
2.การให้ยาทางหลอดเลือดดํา ควรฉีดอย่างช้าๆ อย่างน้อย 5 นาทีเนื่องจากการฉีดเร็วจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
3.ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อเพราะผู้ป่วยจะปวดมาก

บทบาทของพยาบาล

1.อาการข้างเคียงที่พบได้ ดังนี้


อาการที่เกิดขึ้น

ข้อปฏิบัติและการแก้ไข

- คลื่นไส้ อาเจียน มีแผลในกระเพาะอาหาร ท้องเป็นตะคริว สูญเสียความรู้สึกอยากอาหาร

- ให้รับประทานยาพร้อมอาหาร หรือ หลังอาหารทันที หรือ พร้อมยาลดกรด หรือ พร้อมน้ำ 1 แก้ว ถ้าปฏิบัติตามนี้แล้วยังมีปัญหาอยู่ให้พบแพทย์

- ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ มีอาการตื่นเต้น หน้ามืด ปัสสาวะบ่อย มือและนิ้วกระตุก

- ถ้าอาการเหล่านี้รุนแรง ให้พบแพทย์

- การสั่นของหัวใจ หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว นอนไม่หลับ

- พบแพทย์ เพื่อปรับขนาดยา

- ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ชัก

- พบแพทย์ทันที

- ผื่นขึ้นที่ผิวหนัง (อาการแพ้)

- พบแพทย์ทันที

2.ไม่ควรใช้ยา aminophylline ร่วมกับยา theophylline เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการตื่นเต้น นอนไม่
หลับ คลื่นไส้ อาเจียน หรือการได้รับขนาดยาเกิน
3.หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ป่วยโรคต้อหิน มะเร็ง โรคต่อมธัยรอยด์ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ควรบอกแพทย์ถึงสภาวะของตนเองก่อนใช้ยาตัวนี้

Desferoxamine

(Desferalâ 500 mg/ vial)

แนวทางการบริหารยา

1.การให้ยาโดยหยดทางหลอดเลือดดำอย่างเร็วอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำลง และเกิดช๊อกได้ (เช่นหน้าแดง คอแดง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เป็นลม หมดสติ และผื่นลมพิษ)
2.การให้ยา desferal ในขนาดสูง และมีระดับ Ferritin ต่ำร่วมด้วย อาจนำไปสู่การรบกวนการมองเห็น และการได้ยิน
3.การให้ยาขนาดสูงเกินมากๆ ทางหลอดเลือดดำ อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติเฉียบพลันเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
4.การรักษาในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ต้องมีการติดตามดูการเจริญเติบโตของเด็กอย่างระมัดระวัง และขนาดยาที่ให้เฉลี่ยต่อวันไม่ควรเกิน 40 mg/kg  ควรมีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงทุก 3เดือน

บทบาทพยาบาล

1.การเตรียมสารละลายให้ใช้น้ำกลั่นสำหรับฉีดยา (sterile water for injection)เท่านั้น  เป็นตัวทำละลายผงแห้ง โดยฉีดน้ำกลั่น 5 ml ลงในขวดยา หลังจากนั้นสามารถนำสารละลายdesferal ไปเจือจางต่อโดยผสมกับสารละลายที่ใช้สำหรับหยดที่ใช้อยู่เป็นประจำ (0.9% NaCl , Ringer’s solution,Ringer lactate solution, glucose 5%)
 2.สามารถให้ยาโดยหยดเข้าใต้ผิวหนัง แต่วิธีโดยทั่วไปให้หยดทางหลอดเลือดดำอย่างต่อเนื่อง (Intravenous Infusion) ระวังเรื่องการเร่งอัตราการหยดยา เพราะทำให้ความดันโลหิตต่ำลง และ shock ได้ อัตราการหยดที่แนะนำคือ 15 mg/kg/h นาน > 4-6 ชั่วโมง
3.การหยดยาทางหลอดเลือดดำระหว่างถ่ายเลือด ไม่ควรใส่สารละลาย desferal ลงไปในถุงเลือดโดยตรง แต่อาจใส่เข้าไปทางสายให้เลือดโดยใช้ Y adapter
4.การเก็บรักษา : เก็บในตู้เย็น ควรใช้ยาที่ผสมเสร็จทันที ยาที่ผสมแล้วสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 24 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง (25 °C)

Phenobarbital

(Phenobarb ®, Gardenal Sodium ®)

Elixir 20mg/5 ml ,Tablet 30 mg, 60 mg ,Injection 20 % w/v

แนวทางการบริหารยา

1.รูปแบบ Injection สามารถให้ได้ทั้ง IM, IV และ SC
2.ควรปรับขนาดยาในผู้ป่วยโรคไต ถ้า Clcr < 10 ml/min ควรให้ทุก 12-16 ชั่วโมง
3.ยามีอันตรกิริยากับยาอื่นหลายตัว เนื่องจากผ่านการเมตาบอลิสึมโดย enzyme หลายชนิด เช่น
CYP-450, 2B6 และ 2D6 เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น มีผลลดฤทธิ์ของยา warfarin, griseofluvin และ oral contraceptive เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มฤทธิ์ยาบางตัว เช่น Valproic acid ได้
4.เก็บรักษายาในที่ปราศจากแสง
5.การได้รับยาเกินขนาด ถ้ามีสติพยายามทำให้อาเจียน ถ้าหมดสติให้ล้างท้อง หรือ  activate charcoal 30 g และน้ำ 1 แก้ว ให้ยาถ่ายให้ขับยาออกเร็วขึ้น เร่งการขับปัสสาวะ  ในรายที่เกิด shock อาจต้องทำ hemodialysis หรือ hemoperfusion พยายามตะแคงตัวสลับข้างทุก 30 นาที

บทบาทพยาบาล

.เนื่องจากยามี Therapeutic index อยู่ในช่วงแคบ ดังนั้นจึงควรติดตาม vital sign, mental status และ seizure activity อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันหรือแก้ไขอาการผิกปกติที่เกิดขึ้นได้ทันที

Phenytion injection

(250 mg./ 5 ml.)

แนวทางการบริหารยา

ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยา, sinus bradycardia, sinus atrial block, second and third degree A-V Block และ Adams-Stokes syndrome

บทบาทของพยาบาล

1.ไม่ควรเจือจางในสารละลายที่มี dextrose เป็นส่วนประกอบ และไม่ควรให้ร่วมกับยาชนิดอื่นๆ เพราะอาจทำให้ยาตกตะกอนได้ ดังนั้นจึงใช้ตัวทำละลายได้เฉพาะ Normal saline เท่านั้น
2.เนื่องจากยามีฤทธิ์เป็นด่าง การฉีดเข้าหลอดเลือดอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง และทำให้เส้นเลือดดำบริเวณที่ฉีดยาอักเสบ ควรให้น้ำเกลือก่อนและหลังตรงบริเวณเส้นเลือดที่ฉีดยาเข้าไป
3.Side effects ความดันโลหิตต่ำ,หัวใจเต้นช้า,หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
4. การให้ยาทางหลอดเลือดดำ ต้องควบคุม vital constants และ EKG ควบคู่กันไป
5.ยามี Therapeutic index แคบ ต้องติดตามภาวะ Overdose จากอาการลูกตากระตุก Ataxia สั่น ง่วงนอน พูดจาติดขัด คลื่นไส้อาเจียน ควรแก้ไขโดยการลดขนาดยา หรือหยุดการให้ยา อาจให้ออกซิเจน เพื่อช่วยในการหายใจ หรือถ่ายเลือด และดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
6.ระวังการให้ยาร่วมกับ Dopamine เพราะทำให้ความดันต่ำ หัวใจเต้นช้าลง อาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น และการใช้ร่วมกับ Lidocaine injection จะกดการทำงานของหัวใจ

 

Hit Counter