urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
การบริหารยา

Oxytocin

(Synto ®, Injection 10 IU/ 1 ml)

แนวทางการบริหารยา

  1. เพื่อช่วยในการคลอด (Induction or stimulation labor): เติม oxytocin  10 units ใน 0.9% NSS หรือใน LRS 1000 mL ให้ได้ปริมาณของ oxytocin 10 milliunits/minute ผสมสารละลายให้เข้ากัน (ฉีด I.V. ต้องใช้ infusion pump set)
  2. สำหรับรักษาอาการเลือดออกหลังคลอด (Postpartum bleeding): เติม oxytocin 10-40 units ใน I.V. infusion Dose สูงสุด 40 units/1000 mL.
  3. สำหรับห้ามเลือดในรายที่เกิดการแท้ง (Adjuctive treatment of abortion) เติม oxytocin 10 units ใน 500 mL. ของ saline solution หรือ D5W
  4. เก็บที่อุณหภูมิ 2-8 °C (36-46°F) ห้ามแช่แข็ง ยามีอายุได้นาน 2 ปี เมื่อเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 25 °C และได้นาน 3 ปี ที่อุณหภูมิ 2-15 °C
  5. .ทำให้เกิด water intoxication การแก้พิษคือ หยุดยา และให้ยาขับปัสสาวะ เพื่อเร่งการขับถ่ายยานี้

บทบาทพยาบาล

  1. ตรวจวัดระดับสารน้ำที่ให้เข้าไป เนื่องจาก oxytocin มีฤทธิ์ antidiuretic จะทำให้การดูดซึมน้ำกลับจากกรวยไตเพิ่มขึ้นได้  เกิดอาการ water intoxication ที่รุนแรง และอาการชักโคม่าจนถึงเสียชีวิตเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาโดยปล่อยเข้าหลอดเลือดช้าๆ นานกว่า 24 ชั่วโมง
  2. .ติดตามดูอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดหากเกิดการหดเกร็งของมดลูกมากเกินไป การไหลเวียนของเลือดเข้ามดลูกไม่ดี มดลูกถูกทำลาย ผู้ป่วยอาจเกิดอาการชัก รีบแจ้งแพทย์ทันที

Misoprostol tab

(CytotecÒ250mcg/tab)

แนวทางการบริหารยา

  1. การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
  2. ผลข้างเคียงที่พบได้ คือ กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก ทำให้ปวดเกร็งบริเวณช่องท้องส่วนล่างหรือบริเวณกระเพาะอาหาร มีเลือดออกบริเวณช่องคลอด อาจมีอาการปวดศีรษะ ผลต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก dyspepsia คลื่นไส้ อาเจียน
  3. อาการเมื่อยาเกินขนาด คือ ปวดท้อง หัวใจเต้นช้า ท้องเสีย dyspepsia (หายใจลำบาก) มีไข้ ความดันโลหิตต่ำ ใจสั่น ง่วง ชัก สั่น (tremor)
  4. การรักษาเมื่อใช้ยาเกินขนาด ให้รักษาตามอาการไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจง
  5. .monitoring parameters คือ การบีบตัวของมดลูก อาการปวดเกร็งที่ช่องท้อง ผลทางระบบทางเดินอาหาร อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต

Methylergometrine

(Methergin ® Injection 0.2 mg/ml)

แนวทางการบริหารยา
  1. การฉีดเข้ากล้าม (I.M.) 0.2mg. ถ้าจำเป็นให้ยาซ้ำได้ ทุก 2-4 ชั่วโมง แต่ไม่ควรให้ยาเกิน 5 ครั้ง ส่วน I.V.: dose เหมือนกับ I.M. แต่ต้องระมัดระวัง ความดันเลือดที่อาจะสูงผิดปกติเฉียบพลัน และการทำลายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง (cerebrovascular ccidents)
  2. อาการพิษที่สำคัญ คือ ชักและเนื้อตายเน่า ซึ่งเกิดได้มากที่นิ้วมือและนิ้วเท้า อาการอื่นๆ ได้แก่ อาเจียน      ท้องร่วง เวียนศีรษะ ความดันเลือดเพิ่มหรือลด ชีพจรอ่อน การแข็งตัวของเลือดเร็วผิดปกติ การแก้พิษ ทำได้ดังนี้
    • - ล้างท้องหรือทำให้อาเจียนทันที หรือให้รับประทาน activated charcoal และยาระบาย magnesium sulfate
    • - ถ้ามีอาการชักควรให้ยาระงับการชัก เช่น diazepam เข้า I.V.
    • - แก้ไขอาการเลือดแข็งตัวเร็วผิดปกติ โดยให้ heparin และอาจให้ยาขยายหลอดเลือด เช่น tolazoline
  3. เก็บในภาชนะปิดสนิทแน่น ในบรรยากาศของก๊าซไนโตรเจนหรือก๊าซที่เหมาะสม ป้องกันอากาศและแสง เก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 8°C

บทบาทพยาบาล

  1. ถ้าสารละลายใน ampules เกิดการเปลี่ยนสีเป็นไม่มีสีไม่ควรใช้
  2. ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะๆ  เนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์อาจพบอย่างเฉียบพลันและรุนแรง คือภาวะความดันเลือดสูง ซึ่งอาจเกิดเพราะ ผู้ป่วยมีภาวะเป็นพิษแห่งครรภ์ มีประวัตความดันเลือดสูง จากการฉีดยาเข้า I.V. หรือให้ยาชาเฉพาะที่ๆมี ยาทำให้หลอดเลือดหดตัวผสมอยู่ด้วย อาการเหล่านี้แก้ไขได้ด้วยการฉีด Chlorpromazine เข้า I.V.

Terbutaline inj

( Bricanylâ 0.5 mg/ml)

แนวทางการสั่งใช้ยา

  1. ขนาดยาที่ใช้ในทางสูตินรีเวช คือ 0.25 mg ฉีด subcutaneous ให้ทุก 1-6 ชั่วโมง หรือให้ IV infusion 0.01 mg/min อาจเพิ่มขนาดอีก 0.005 mg/min ทุก 10 นาทีจนกระทั่งการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกหยุดหรือขนาดยาสูงสุด 0.025 mg/min
  2. ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มี cardiac arrhythmias ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจเต้นไว (tachycardia)
  3. ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ ใจสั่น หัวใจเต้นไว
  4. อาการเมื่อยาเกินขนาด คือ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ มึนงง ปากแห้ง เหนื่อย ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ น้ำตาลในเลือดสูง โปแตสเซียมในเลือดต่ำ นอนไม่หลับ คลื่นไส้ สั่น (tremor) หัวใจเต้นไวมากถึง 200 ครั้ง/min
  5. monitoring parameters คือ ระดับโปแตสเซียมในเลือด  อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต อัตราการหายใจ

Sulprostone inj

(NaladorÒ500 mcg/amp)

แนวทางการบริหารยา

  1. การรักษาที่เริ่มด้วยยานี้ ต้องทำให้จบลงด้วยการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ จึงแนะนำให้ขูดมดลูกภายหลังการตั้งครรภ์สิ้นสุดเสมอ
  2. ข้อห้ามใช้ : โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบและหดเกร็ง อาการขั้นแรกของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง ตับหรือไตทำงานผิดปกติรุนแรง โรคเบาหวานชนิด decompensated อาการชักที่เกิดจากสมอง ต้อหิน คอพอกเป็นพิษ การอักเสบของอุ้งเชิงกรานชนิดเฉียบพลัน ลำไส้อักเสบเป็นแผล แผลในกระเพาะอาหารเฉียบพลัน โรคโลหิตจางชนิด sickle-cell Thalassaemia
  3. อาการข้างเคียง : คลื่นไส้ อาเจียน อาการหดเกร็งตัวของอวัยวะบริเวณลิ้นปี่และสะดือ ท้องเสีย มึนงง ปวดศีรษะ หลอดลมหดเกร็ง มีแรงดันการไหลเวียนเลือดของปอด (ระยะรุนแรงอาจมีการบวมของเนื้อเยื่อปอด)

บทบาทของพยาบาล

  1. ให้ยาโดยการหยดเข้าหลอดเลือดดำ (ผสมยา Sulprostone 500 mcg ในน้ำเกลือ 250 ml)
  2. ไม่ควรฉีดยาทั้งหมดครั้งเดียว (bolus) เนื่องจากการให้ยาครั้งเดียวอาจทำให้ระดับยาในพลาสมาสูงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีอันตรายจากการเพิ่มแรงดันในการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจไปปอด
  3. .ขนาดและวิธีการให้ยาขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้ ดังนี้
    • -การชักนำให้เกิดการสิ้นสุดการตั้งครรภ์ในสภาวะที่มีพยาธิสภาพ หรือการชักนำให้เกิดการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ ในกรณีที่มีทารกตายในครรภ์: ให้ยา Sulprostone โดยใช้อัตราเร็ว 100 mcg/hr (ประมาณ 1.7 mcg/min หรือ 17 หยด/min) หยดได้นาน 10 hr  หากได้ผลยังไม่เป็นที่พอใจอาจเพิ่มถึง 80 หยด/min (ประมาณ 500 mcg/hr หรือ 8.3 mcg/min)
    • -การรักษาอาการตกเลือด เนื่องจากมดลูกไม่หดตัวหลังการคลอดบุตร: ให้ยา Sulprostone โดยใช้อัตราเร็ว 500 mcg ในเวลา 30-120 min (ประมาณ 40-160 หยด/min) ถ้าเลือดยังไม่หยุดหรือไม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ค่อยๆ เพิ่มอัตราการหยดให้เร็วขึ้น (สูงสุดไม่เกินประมาณ 330 หยด/min)
  4. ควรมีการตรวจหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิ การหายใจ ปริมาณเลือดที่ออกมาทางช่องคลอด อาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน

Hit Counter