urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
โภชนาการ
 

อาหารบางอย่างไม่ควรกินร่วมกัน  


1.  แอลกอฮอล์  +  ทุเรียน  =   ร้อนในรุนแรง
สาเหตุ  เพราะว่าในทุเรียนมีซัลเฟอร์มาก  ทำให้เกิดความร้อนรุนแรงขึ้นในกระเพาะ ทำให้ช็อกได้ วิธีแก้  ให้รีบดื่มน้ำเย็นจำนวนมากๆ  ถ้าอาเจียนออกมาได้ ก็จะทุเลาลง  (ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบนำส่งแพทย์)

2.  แอลกอฮอล์  +  อาหารเผ็ด  =   ต้องระวัง
สาเหตุ  เพราะทั้งแอลกอฮอล์และสารในพริก  เร่งให้การไหลเวียนโลหิตมีมากขึ้น  ผู้ที่เป็น ภูมิแพ้หรือเป็นความดันสูง  จึงต้องระวังเป็นพิเศษ   (ทานสุรากับกับแกล้มเผ็ดๆ)

3.  เหล้า  +  มัสตาร์ด   =   เกิดอาการแพ้        
สาเหตุ  แอลกอฮอล์และสารให้รสเผ็ดในมัสตาร์ด  ทำหน้านี้กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ดีเกินไป จนกระทั่งก่อให้เกิดอาการแพ้  ใครที่มีอาการแพ้ของบางอย่างอยู่แล้ว  ต้องระวัง

4.  ของทอด  +  แตงโม  =  ท้องเสีย   
สาเหตุ  ของทอดเป็นอาหารอมน้ำมันมาก  หากกินร่วมกับแตงโม  ซึ่งมีคุณสมบัติมีน้ำมาก ช่วยระบาย  และทำให้ภายในตัวเย็น  จะทำให้ในกระเพาะมีทั้งน้ำมันและน้ำมาก รวมทั้ง เส้นใยที่ช่วยระบาย  ทำให้ท้องเสียได้ง่าย

5.  ปู  +   ลูกพลับ  =   ท้องเสีย           
สาเหตุ  ชาวจีนทราบดีว่า  กินปูร่วมกับลูกพลับไม่ได้  เพราะอาหารทั้งสองนี้  มีคุณสมบัติ ทำให้ภายในตัวเย็นลง  คือ ช่วยระบาย  ใครที่จัดอยู่ในประเภทขี้หนาว  ห้ามกินเด็ดขาด อาจท้องเสียรุนแรง

6.  ปู  +  น้ำแข็งไส  =  ท้องเสีย
สาเหตุ  ปูมีคุณสมบัติทำให้ภายในตัวเย็นลง  เมื่อกินร่วมกับน้ำแข็งไส  (หรือไอศกรีม) จึงท้องเสียง่าย  คนท้องเสียง่าย ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง

7.  เนื้อหมู  +  ไอศกรีม  =   ย่อยและดูดซึมยาก
สาเหตุ  เนื้อหมูเป็นโปรตีน ที่ต้องใช้เวลาย่อย  คือย่อยยาก  ยิ่งกินร่วมกับของเย็นๆ   เช่น ไอศกรีม จะทำให้กระเพาะเย็นและทำงานด้อยลง  การกินอาหารสองอย่างนี้ร่วมกัน  จึง เป็นการสร้างภาระให้กับกระเพาะ

8.  ก๋วยเตี๋ยว  +  ข้าวสวย  =  อ่อนเพลีย  อ้วนง่าย
สาเหตุ  ทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยวและข้าวสวย  เป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง  ร่างกายต้องใช้ วิตามินบี 1  ในการย่อยอาหาร เมื่อกินคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมาก  หรือกินจนอิ่มแปล้  ร่างกายก็ต้องใช้วิตามินบี 1 ในการย่อยมาก  ทำให้ขาดวิตามินดังกล่าว ผลของการขาดวิตามินบี 1  ก็คือ  อ่อนเพลีย  ง่วงนอน และอ้วนง่าย   เป็นที่มาของ “หนังท้องตึง  หนังตาหย่อน”

9.  น้ำแครอต  +  น้ำผัก  =  สูญเสียวิตามินซี
สาเหตุ  เอนไซม์  ascorbinase  ของแครอต ทำลายวิตามินซีที่อยู่ในผักต่างๆ  ถ้าต้องการ ทำน้ำผัก ไม่ควรใส่แครอต  ควรทำน้ำแครอตแยกต่างหากจะดีกว่า

10.  มะเขือเทศ  +  แตงกวา  =   วิตามินซีถูกทำลาย
สาเหตุ  เอนไซม์  ascorbinase  ในแตงกวา  ทำลายวิตามินซีของมะเขือเทศ  อีกทั้ง ผักสองชนิดนี้ ยังมีคุณสมบัติทำให้ภายในตัวเย็นลง  เป็นหวัดง่ายขึ้น  ช่วงอากาศเย็น ควรเลี่ยง  (สลัดผัก มักมีผักสองชนิดนี้)

11.  หัวไช้เท้า  +  แครอต  =  ร่างกายได้รับวิตามินซีน้อยลง
สาเหตุ   ถ้ากินผักทั้งสองในรูปของผักสด  เอนไซม์ในแครอตดิบจะทำลายวิตามินซี ของหัวไช้เท้า  วิธีแก้  ต้องบีบมะนาว  แล้วคลุกให้ทั่วก่อนกิน

12.  นม  +  อาหารที่มีเส้นใยสูง  =  ร่างกายได้รับแคลเซียมน้อยลง
สาเหตุ  เส้นใยมีหน้าที่ดูดซับไขมัน  ถ้าดื่มนม  เส้นใยก็จะจับแคลเซียมในนมก่อน ขับถ่ายออกจากร่างกายด้วย  ทำให้รับแคลเซียมไม่ดีพอ  จึงควรเลี่ยงการดื่มนมร่วมกับ อาหารที่มีเส้นใยสูง หรือควรกินคนละช่วงเวลา จะดีกว่า

13.   ชา กาแฟ  (มีสารทันนิน)  +  ลูกพรุน  =  ได้ธาตุเหล็กจากลูกพรุนน้อย
สาเหตุ   ลูกพรุนมีธาตุเหล็กมาก  แต่สารทันนินมีสรรพคุณขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก จึงไม่แนะนำให้กินร่วมกัน  แต่แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้  100 %  ร่วมกับลูกพรุนจะดีกว่า

14.  ปวยเล้ง  +  เบคอน  =  ร่างกายได้รับธาตุเหล็กน้อยลง  มีอันตรายต่อสุขภาพ
สาเหตุ  กรดฟอสฟอริคในเบคอนเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก  และแคลเซียม ในปวยเล้ง กรดไนตริกในปวยเล้ง จะเปลี่ยนเป็นกรดดินประสิว   หากกินร่วมกับเบคอน บางชนิด อาจก่อให้เป็นสารก่อมะเร็งตามมาภายหลังได้

15.  ไข่ต้ม  +   เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  =   ร่างกายได้รับธาตุเหล็กน้อยลง
สาเหตุ  คาเฟอีนจะจับตัวกับสารซัลเฟอร์ในไข่ต้ม  แล้วขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก หากต้องการกินร่วมกับไข่   ควรกินร่วมกับไข่ดาวจะดีกว่า

16.  น้ำส้มสายชู  +  ผักที่มีแคโรทีนมาก  =  สูญเสียแคโรทีน
สาเหตุ  น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ทำลายแคโรทีนในผัก   ถ้าปรุงอาหารที่มีแคโรทีนสูง  เช่น แครอต  ไม่ควรใส่น้ำส้มสายชู
จึงควรหลีกเลี่ยงในการกินร่วมกัน  อาจก่อให้เกิดอันตรายได้  อย่างคาดไม่ถึง  !!

อ้างอิง : พนิดา กุลประสูติดิลก เรียบเรียง กินร่วมกัน มหัศจรรย์หรืออันตราย กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วันว่าง, 2553. - ขอขอบคุณ
 

 

Hit Counter