urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้ สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพ ในโรงพยาบาล
พื้นฐานงานพยาบาล
 

การวัดสัญญาณชีพ

Respiration rate

  • เป็นอัตราการหายใจภายใน 1 นาที โดยปกติจะพยายามวัดเมื่อคนไข้ไม่ได้สังเกต เนื่องจากถ้าคนไข้รู้สึกตัว จะมีผลให้เปลี่ยนแปลงอัตรการหายใจ โดยปกติผู้วัดจะวัด respiration rate ไปควบคู่กับการตรวจชีพจร การวัด respiration rate โดยปกติจะวัดครบ 1 นาที ไม่วัดเป็นช่วงแบบ 15 วินาที
  • ในเด็กทารก การวัด respiration rate นอกจากจะสังเกตที่การหายใจบริเวณจมูกแล้ว ยังให้สังเกตที่บริเวณกระบังลมอีกด้วย การใช้มือสัมผัสบริเวณผนังทรวงอกหรือช่องท้องจะช่วยได้มาก
  • ควรมีการวัด respiration ทุกครั้ง ที่คนไข้เข้ามาใน แผนกฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่มีอาการเกี่ยวกับ ทางเดินหายใจและการหายใจ

Pulse

โดยปกติจับเพื่อประเมินเรื่อง ของ อัตราการเต้นของหัวใจและจังหวะ แต่ในบางครั้งการคลำ
ชีพจรอาจบอกได้ถึงโรคหัวใจบางอย่างเช่น aortic insufficiency นอกจากนี้ยังช่วยบอกถึงคุณภาพของการมาเลี้ยงของหลอดเลือดส่วนปลายด้วย


สามารถคลำ pulse ได้หลายตำแหน่ง แต่ที่สะดวกที่สุดนิยมคลำที่ radial pulse วิธีการคลำโดยใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อคลำ pulse นอกจากนี้ pulse ยังสามารถคลำได้ที่ carotid, brachial, femoral, posterior tibial และ dorsalis pedis ก็ได้ การคลำที่ brachial artery จะทำให้รู้สึกได้ดีถึง contour และ amplitude ของ pulse โดยปกตินิยมให้คลำ 1 นาที แต่ ถ้าสม่ำเสมอ อาจใช้เวลาคลำ 15 วินาที แล้ว คูณ ด้วย 4 ได้

ข้อควรระวังคือในการคลำ carotid artery พร้อมกันทั้ง 2 ข้าง อาจทำให้เกิดปัญหาต่อ blood flow ไปที่สมองได้ นอกจากนั้น การคลำบริเวณ carotid body อาจมีผลทำให้ อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง (carotid body อยู่ที่บริเวณ bifurcation ของ internal และ external carotid artery ตรงบริเวณของ angle of mandible)  ดังนั้นการคลำ carotid pulse ควรคลำในบริเวณที่ต่ำกว่า thyroid cartilage ลงมา

rhythm เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาระหว่างคลำ pulse เมื่อคลำได้ ไม่สม่ำเสมอมักจะคิดถึง atrial fibrillation, flutter with block ซึ่งควรต้องยืนยันด้วยการฟังเสียงหัวใจด้วย


การคลำ femoral pulse ระหว่างทำการกดหน้าอกอาจแสดงถึง arterial blood flow หรืออาจเป็นเลือดที่วิ่งย้อนจาก right ventricle ไปสู่ vein ได้ ดังนั้นหากต้องการคลำ pulse เพื่อดูคุณภาพของการกดหน้าอก ควรคลำ carotid pulse มากกว่า

ข้อควรระวังการใช้ปรอทวัดไข้

  • ไม่ควรวัดปรอททางปาก  เมื่อผู้ป่วยดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นมาใหม่  ควรรออย่างน้อย     15  นาทีจึงวัด
  • ผู้ป่วยที่ไม่ควรวัดปรอททางปาก  ได้แก่  ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว  ผู้ป่วยเด็กอายุ  <  6  ปี  ผู้ป่วยวิกลจริตมีอาการหอบ  เหนื่อย  ไอ  ปากเป็นแผล
  • ค่าที่วัดได้ทางรักแร้  ให้บวกเพิ่มอีก  0.5   c 
  • ผู้ป่วยเด็กที่  diarrhea  ไม่ควรวัดปรอททางทวารหนัก
  • ควรเลือกวิธีทางปากก่อนในผู้ใหญ่  ในเด็กที่ต่ำกว่า  <  6  เดือน  ควรเลือกทางทวารหนัก

 

Hit Counter