urnurse.net
  รวมเรื่องควรรู้สำหรับการทำงานพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาล
การตรวจเพื่อวินิจฉัย
 

อาการอุจจาระร่วง/ปวดท้อง/อาเจียน

กลุ่มโรคติดเชื้อ การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ
ตรวจหาเชื้อ บักเตรีลำไส้ สาเหตุโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษ

มีหลักเกณฑ์คล้ายกับการเก็บสิ่งส่งตรวจอื่นๆ เพื่อการเพาะเชื้อ โดยยึดหลักเกณฑ์ดังนี้คือ

  1. ความสัมพันธ์กับการได้รับยาปฏิชีวนะ ควรเก็บสิ่งส่งตรวจก่อนผู้ป่วยจะได้รับสารต้านจุลชีพ เพราะสารต้านจุลชีพที่ได้รับเข้าไปจะลดจำนวนเชื้อให้น้อยลง ทำให้โอกาสตรวจพบเชื้อลดลง โดยเฉพาะในผู้ป่วย Salmonellosis ถ้าได้รับสารต้านจุลชีพแล้วจะตรวจไม่พบเชื้อ Salmonella จำเป็นต้องหยุดสารต้านจุลชีพก่อน 2-3 วัน จึงจะตรวจพบเชื้อได้ หากมีความจำเป็นไม่อาจหยุดการใช้สารต้านจุลชีพ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทราบ เพื่อจะได้เลือกใช้ วิธีการเพาะเชื้อที่ลดผลกระทบจากสารต้านจุลชีพนั้น เช่นโดยการเติมเอนไซม์เพนนิซิลลินเนส หรืองดการเจือจางสิ่งส่งตรวจก่อนการเพาะเชื้อ
  2. ตำแหน่ง ลักษณะสิ่งตรวจที่ดี ควรเก็บสิ่งส่งตรวจ จากบริเวณหรือตำแหน่งที่มีโอกาสพบเชื้อมากที่สุด เช่นในกรณีที่เก็บอุจจาระ ควรแนะนำให้ผู้ป่วยเก็บอุจจาระส่วนที่มีมูก หรือมูกปนเลือด บริเวณดังกล่าวจะมีเชื้ออยู่จำนวนมาก
  3. ความสัมพันธ์กับระยะเวลาของโรค ควรเก็บสิ่งส่งตรวจในช่วงระยะเวลาของการดำเนินโรค ที่จะมีโอกาสพบเชื้อมากที่สุด ในกรณีของ Salmonella และ Shigella คือในระยะ 3 วันแรก เมื่อเริ่มมีอาการอุจจาระร่วง หลังจากนี้ไปแล้วโอกาสจะพบเชื้อมีน้อยลงตามลำดับ
  4. ปริมาณที่เหมาะสม ควรเก็บสิ่งส่งตรวจให้ได้ปริมาณมากพอ เพื่อให้สามารถใช้ในการตรวจได้ครบสมบูรณ์ของแต่ละวิธี การเก็บอุจจาระสำหรับการเพาะเชื้อควรเก็บประมาณ 0.5-2 กรัม และควรเก็บใส่ภาชนะที่สะอาดและปราศจากเชื้อ
  5. วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ สำหรับการตรวจหาเชื้อ บักเตรีลำไส้ จากลำไส้ นอกจากจะส่งเป็นอุจจาระแล้ว ส่วนใหญ่มักใช้สำลีพันปลายไม้ทำ rectal swab โดยนำไม้ swab จุ่มลงใน Cary Blair เพื่อให้สำลีติดน้ำยาและอ่อนตัว เพื่อสะดวกเวลาสอดเข้าไปในทวารหนัก ให้ลึกเข้าไปประมาณ 1-1.5 นิ้ว และควรตรวจดูว่ามีอุจจาระติดอยู่ที่ไม้ swab หากไม่มีอุจจาระติดอยู่ที่ไม้ swab ให้ swabซ้ำใหม่
  6. การนำส่งห้องปฏิบัติการ ควรรีบนำส่งห้องปฏิบัติการทันทีหลังจากเก็บ เพื่อจะได้รับผลการตรวจที่น่าเชื่อถือ การเก็บสิ่งส่งตรวจและตั้งทิ้งไว้ที่หอผู้ป่วย จะทำให้โอกาสตรวจพบเชื้อ บักเตรีลำไส้ ลดลง เนื่องจากอัตราการตายของเชื้อเพิ่มขึ้น และถูกบดบังจากเชื้อประจำถิ่นในลำไส้ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากมายเมื่อตั้งสิ่งส่งตรวจไว้
  7. ข้อมูลของคนไข้ ควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการป่วยของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยเบื้องต้นของแพทย์ เพื่อเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ในการเลือกใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ และเทคนิคการเพาะเลี้ยง เพื่อให้สามารถตรวจพบเชื้อสาเหตุที่สงสัยได้มากที่สุด
วิธีการเก็บอุจจาระและ rectal swab เพื่อการนำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  • หากสามารถเก็บอุจจาระจากผู้ป่วยแล้ว นำส่งห้องปฏิบัติการได้ทันที
    ให้ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระลงในภาชนะที่สะอาดและปราศจากเชื้อ หลังจากนั้นใช้ช้อนที่สะอาด หรือไม้ที่ใช้สำหรับกดลิ้นผู้ป่วยตักอุจจาระประมาณ 0.5-2 กรัม โดยเลือกบริเวณที่เป็นมูกเลือด หรือมูกปนเลือด ใส่ในขวดแก้วหรือกล่องพลาสติกที่สะอาดและปราศจากเชื้อ แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทันที่
  • หากไม่สามารถนำส่งห้องปฏิบัติการได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง
    ควรเก็บอุจจาระประมาณ 0.5-2 กรัมใส่ใน transport mediumได้แก่ Cary blair transport medium หรือ Amies หรือ Stuart transport medium หรือ Buffered glycerol saline solution. แล้วรีบส่งให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ หากต้องการแยกเชื้อ Shigella แนะนำว่าใช้ Buffed glycerol saline solution จะได้ผลดีกว่า Cary blair transport medium
  • ในกรณีที่เก็บสิ่งส่งตรวจโดยการใช้ swab เช่น
    เมื่อมีการระบาดของโรคอุจจาระร่วง หรือในกรณีที่ต้องการตรวจหาผู้ที่เป็นพาหะของโรค ให้เก็บสิ่งส่งตรวจโดยการทำความสะอาด บริเวณโดยรอบทวารหนักด้วยสบู่ และน้ำสะอาด แล้วใช้ swab ปราศจากเชื้อจุ่มด้วย sterile isotonic solution หรือ sterile broth สอดผ่านทวารหนัก ลึกเข้าไป 1-1.5 นิ้วหมุนเบาๆให้ swab ได้สัมผัสกับ ผนังของเยื่อบุทวารหนักให้มากที่สุด แล้วนำ swab จุ่มลงในอาหารของ transport medium กรณีต้องการตรวจหาเชื้อ Vibrio cholerae สามารถเก็บ rectal swab ใส่ในอาหารเพิ่มจำนวนเชื้อ Alkaline Peptone Water(APW) แทนก็ได้ถ้าเวลาในการนำส่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง
อุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัส (Rotavirus, Enterovirus)
  1. ควรเก็บตัวอย่างอุจจาระโดยเร็วที่สุดภายใน 7 วันหลังการป่วย โดยเก็บอุจจาระปริมาณ 8 กรัม ( 2 นิ้วหัวแม่มือ) ถ้าผู้ป่วยถ่ายเป็นน้ำให้เก็บอุจจาระ อย่างน้อย 10 มล. โดยเก็บใส่หลอดแก้วหรือหลอดพลาสติก และใส่ลงในถุงพลาสติกรัดยางให้แน่น ปกติเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้ประมาณ 3 วัน หากจำเป็นต้องเก็บนานกว่า 3 วัน ควรเก็บในตู้เย็นที่ระดับอุณหภูมิ 4 C ระหว่างการนำส่งทางห้องปฎิบัติการควรแช่ในกระติกน้ำแข็ง
  2. Throat swab ใส่ media พิเศษ เก็บภายใน 7 วันหลังป่วย
อุจจาระร่วงจากเชื้อแบคทีเรีย
  1. ควรเก็บอุจจาระระยะต้นๆของโรค ซึ่งจะมีโอกาสพบเชื้อได้มากที่สุดเช่นระยะ 3 วันแรกของอาการอุจจาระร่วง (ยกเว้นโรคไข้ทัยฟอยด์ และไข้พาราทัยฟอยด์ การตรวจหาเชื้อในอุจจาระควรเก็บในสัปดาห์ที่ 2-3) การเก็บอุจจาระควรเก็บก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับยาปฏิชีวนะ ชนิดของตัวอย่างใช้ rectal swab เก็บ ใส่ลงใน cary-blair medium เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 4 สัปดาห์ การนำส่งไม่ควรแช่เย็น
  2. การเก็บน้ำเพื่อส่งตรวจ Vibrio Cholerae
    • ให้เก็บน้ำจำนวน 100 ml ใส่ขวด sterile ที่มี alkaline peptone นำส่งโดยใส่กระติกแช่น้ำแข็ง ภายใน 24 ชั่วโมง
    • ให้เก็บน้ำจำนวน 200-500 cc. ใส่ขวด sterile ในกรณีไม่มี alkaline peptone เนื่องจากปัจจุบัน NIH มีเครื่องกรองพิเศษ สามารถตรวจพบเชื้อ Vibrio Cholerae ได้ไวขึ้น นำส่งโดยใส่กระติกแช่น้ำแข็ง ภายใน 24 ชั่วโมง

กรณีมีการระบาดของโรค อุจาระร่วงอย่างแรง และต้องการส่งอุจจาระเพื่อหาเชื้อดังกล่าว จำเป็นต้องทราบผลรวดเร็วและถูกต้อง เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนโรคและควบคุมโรคได้ทันท่วงที ให้เก็บ rectal swab ใส่ขวดหรือหลอดที่มี alkaline peptone water เพื่อเพิ่มปริมาณให้เชื้อมากขึ้น

Hit Counter