urnurse.net
  ภาวะฉุกเฉิน และการช่วยเหลือเบื้องต้น
 

งูกัด (Snake bite)

งูแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ งูมีพิษ และงูไม่มีพิษ
1. งูพิษ แบ่งตามลักษณะของพิษได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • งูที่มีพิษต่อระบบประสาท (neurotoxin) ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา
  • งูที่มีพิษต่อระบบเลือด (hematotoxin) ได้แก่ งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้
  • งูที่มีพิษต่อระบบกล้ามเนื้อ (myotoxin) ได้แก่ งูทะเลบางชนิด เช่น งูคออ่อน งุชายธง งูแสมรัง


2. งูไม่มีพิษ เช่น งูแม่ตะง่าว งูปล้องฉนวนหลังเหลือง งูเห่ามังหรืองูแส้ม้า งูดอกหมากแดง งูทางมะพร้าว (งูป้องไฟ) งูเหลือม งูหลาม งูปากจิ้งจก งูสายสาบ งูสายสอ งูกันกับ งูงอด งูปี่แก้ว งูแสงอาทิตย์

อาการร่วม/อาการแสดง การรักษาเบื้องต้น/ส่งต่อ
เกิดจากงูที่มีพิษต่อระบบประสาทกัด
1. มึนงง เวียนศีรษะ หนังตาตก ลืมตาไม่ขึ้น
2. ขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ขึ้น อ่อนเพลีย หมดแรง
3. หายใจลำบาก
4. หมดสติ
5. ตาย
เกิดจากงูที่มีพิษต่อระบบเลือดกัด
1. ปวดมาก บวมมาก
2. มีเลือดออกจากแผล
3. มีจ้ำเลือด
4. มีปัสสาวะเป็นเลือด
5. กระสับกระส่าย ชัพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำลง
6. ปวดท้อง แน่นหน้าอก
7. หมดสติ

ให้การดูแลเบื้องต้น ดังนี้

  • ประเมินความรู้สึกตัว ABCs
  • ถ้าระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตหยุดทำงาน ให้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (cardiopulmonary resuscitation)
  • ตรวจดูบาดแผล และรอยเขี้ยวพิษ
  • ถ้าเป็นงูเห่าพ้นพิษถูกที่ใบหน้าหรือนัยน์ตา ให้ล้างด้วยน้ำเปล่าจำนวนมากๆ
  • ให้การดูแลบาดแผล
  • ให้งดน้ำและอาหารไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นงูทะเล ต้องดื่มน้ำมากๆ เพื่อขับปัสสาวะและพิษงู
  • พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกกัด
  • อธิบายให้ผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลหรือตกใจ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น เป็นการช่วยให้พิษเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง
  • ห้ามกรีดแผลหรือใช้ไฟจี้แผล
  • ไม่ควรใช้ปากดูดที่แผล
  • ไม่ควรใช้ยาสมุนไพรใดๆมาพอกที่แผล
  • ส่งต่อไปสถานบริการที่มีความพร้อม
เกิดจากงูไม่มีพิษกัด
 อาจจะมีอาการปวดบวม มีเลือดออกไม่มาก ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติอื่นใดที่ชัดเจน

สามารถให้การรักษาได้

  • ถ้าแน่ใจว่าเป็นงูไม่มีพิษ ให้ทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำสะอาดและสบู่
  • ให้การรักษาตามอาการ เช่น ประคบเย็น รับประทานยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ (เช่น dicloxacillin หรือ amoxicillin) นาน 5-10 วัน แล้วแต่ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของบาดแผล
  • ให้ยาป้องกันบาดทะยัก (ตามแนวทางมาตรฐาน)
  • สังเกตอาการ และนัดตรวจซ้ำเพื่อติดตามการรักษา


หมายเหตุ ถ้าไม่ทราบชนิดของงูให้การดูแลรักษาเหมือนงูพิษกัด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องจากศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา

งูพิษกัดและการดูแลผู้ป่วย

Hit Counter