urnurse.net
  ภาวะฉุกเฉิน และการช่วยเหลือเบื้องต้น
 

ภาวะฉุกเฉินทางสูตินรีเวช


1. ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ แบ่งเป็น 4 ชนิด

  1. Pregnancy-induced hepertension (PH)
    นิยาม ความดันโลหิตสูงที่เกิดขึ้นเฉพาะขณะตั้งครรภ์ มีเกิดหลักการตั้งครรภ์เกิน 20 สัปดาห์แล้ว ร่วมกับการพบโปรตีนในปัสสาวะและบวมชนิดกดปุ๋ม* (BP>/140/90 มม.ปรอท)
  2. Chronic hypertension
    นิยาม ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก่อนการตั้งครรภ์หรือก่อนการตั้งครรภ์ครบ 20 สัปดาห์ และความดันโลหิตสูงอยู่เกินระยะ 6 สัปดาห์หลังคลอด
  3. Chronic hypertension with superimposed pregnancy- induced hypertension
    นิยาม ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก่อนการตั้งครรภ์แล้วเมื่อตั้งครรภ์เกิน 20 สัปดาห์ มีอาการความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นอีกจากเดิม 30/15 มม.ปรอท ร่วมกับมีไข่ขาวในปัสสาวะและบวมชนิดกดบุ๋ม
  4. Late หรือ transient hypertension
    นิยาม ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นภายหลังการตั้งครรภ์ 20 สัปดาห์ หรือภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด โดยไม่มีอาการบวมหรือมีโปรตีนในปัสสาวะร่วมและความดันโลหิตสูงจะหายไปภายใน 10 วัน หลังคลอด

สาเหตุ : ไม่ทราบชัดเจน แต่มีปัจจัยเสี่ยง คือ
                1. ท้องแรก
                2. ตั้งครรภ์แฝด
                3. ตั้งครั้งก่อนมีภาวะความดันโลหิตสูง
                4. ประวัติในครอบครัว
                5. มีโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคไต
                6. เบาหวาน
                7. ตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก
                8. ตั้งครรภ์อายุมากกว่า 35 ปี
                9. ตั้งครรภ์หัวบาตร (hydrop fetalis)

อาการร่วม/อาการแสดง

การรักษาเบื้องต้น/ส่งต่อ

  1. ความดันโลหิตสูง (ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท ขึ้นไป)
  2. บวมกดบุ๋ม
  3. มีโปรตีนในปัสสาวะ
  4. ปวดศีรษะ
  5. ตาพร่า
  6. ปวดแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือใต้ชายโครงขวา
  7. ชัก
  • ประเมินอาการ สัญญาณชีพ ฟังเสียงทารกในครรภ์
  • ตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ (ถ้าทำได้)
  • ให้มารดานอนตะแคงซ้ายหัวต่ำ
  • ให้ออกซิเจน 4-5 ลิตร/ นาที
  • ส่งต่อไปสถานบริการที่มีความพร้อม

2. ภาวะทารกขาดออกซิเจนขณะอยู่ในครรภ์ (Intrapartum fetal distress)

 หมายถึง ภาวะที่ทารกอยู่ในอันตรายระหว่างการเจ็บครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่ หมายถึง ภาวะที่ทารกขาดออกซิเจน (fetal hypoxia)

สาเหตุ

  1. Uterplacental insufficiency ภาวะที่มดลูกหดตัวแล้วทำให้เกิดการไหลเวียนโลหิตไม่เพียงพอ มักเกิดจากการผิดปกติมารดาที่มีความดันโลหิตต่ำ หรือจากยา
  2. Umbilical cord compression เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากสายสะดือถูกกด เช่น ภาวะน้ำคร่ำน้อย หรือมี prolapsed umbilical cord

อาการร่วม/อาการแสดง

การรักษาเบื้องต้น/ส่งต่อ

  1. Tachcardia (เสียงหัวใจ ทารกเต้นมากกว่า 160 ครั้ง/นาที)
  2. Bradycardia (เสียงหัวใจทารกเต้นน้อยกว่า 100 ครั้ง/นาที)
  3. เสียงหัวใจทารกเต้นไม่สม่ำเสมอ พบ meconium หลุดออกมาทางปากมดลูก (กรณีน้ำคร่ำแตก)
  4. มีการดิ้นของทารกน้อยลง
  • ประเมินอาการ สัญญาณชีพ ฟังเสียงทารกในครรภ์
  • ให้มารดานอนตะแคงซ้ายหัวต่ำ
  • ให้ออกซิเจน 5 ลิตร/ นาที
  • กรณีถุงน้ำแตกและมีน้ำเดินด้วย ให้ส่อง speculum ตรวจ ห้ามใช้มือ PV
  • กรณีพบสายรกโผล่ออกมาจากช่องคลอด ให้สวมถุงมือและดันหัวเด็กขึ้นพอประมาณ และรีบส่งต่อ
  • กรณีพบมีเลือดออกทางช่องคลอดจำนวนมาก ให้เปิดเส้นเลือดดำ ให้สารน้ำชนิด isotonic ก่อนส่งต่อ

 

3 ภาวะคลอดก่อนกำหนดถึงสถานบริการ (Birth before admit)
หมายถึง มารดาได้ผ่านการคลอดระยะที่ 3 ก่อนถึงสถานบริการสาธารณสุข แต่กระบวนการทำคลอดยังไม่เสร็จสิ้น

อาการร่วม/อาการแสดง

การรักษาเบื้องต้น/ส่งต่อ

  1. ทารกคลอด
  2. มีสายรกติดอยู่กับรก
  3. รกยังไม่คลอด
  • ใช้ลูกยางแดงดูดเสมหะ ออกจากปากและจมูกของทารก กระตุ้นให้ร้อง หากพบว่าหยุดหายใจให้ช่วยพื้นคืนชีพ
  • กรณีทารกหายใจไม่ปกติ ให้ผูกสายรกด้วยด้ายที่สะอาดทาด้วย povidone-iodine ก่อนใช้กรรไกรสะอาดตัดสายสะดือ ห่อทารกด้วยผ้าขนหนูรักษาความอบอุ่น
  • ทำคลอดรก
  • ส่งมารดา ทารกและรกไปยังโรงพยาบาล

4 ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด

หมายถึง ภาวะที่มีเลือดหรือก้อนเลือดที่มิใช่ประจำเดือนออกทางช่องคลอดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

  • เลือดซึ่งออกจากโพรงมดลูก ( uterine bleeding) และ
  • เลือดซึ่งออกจากบริเวณปากมดลูก ช่องคลอด และปากช่องคลอด (extrauterine bleeding)

สาเหตุ ที่พบบ่อยที่สุด คือ

  • มะเร็งปากมดลูก
  • ภาวะ DUB (dysfunctional uterine bleeding ซึ่งเป็นภาวะเลือดออกผิดปกติที่ไม่พบพยาธิสภาพใดๆ) และ
  • การแท้ง

อาการร่วม/อาการแสดง

การรักษาเบื้องต้น/ส่งต่อ

  1. มีเลือดออกทางช่องคลอด เป็นเลือดที่แดงหรือก้อนเลือด
  2. ซีด
  3. วิงเวียนศีรษะ
  4. เป็นลม
  5. ช็อก
  6. พบรอยโรคที่ปากมดลูก
  7. พบเศษรกหรือ conceptus ที่ปากมดลูก
  8. รกคลอดครบ แต่พบ uterine atony
  • ประเมินสัญญาณชีพ
  • ประเมินภาวะโลหิตจางหรือการเสียเลือดมาก หากพบมีการเสียเลือดมาก ให้เปิดเส้นทางหลอดเลือดดำไว้ด้วย isotonic fluid
  • ตรวจภายในหากพบมี active bleeding ที่ปากมดลูกให้ใช้ tampom อุดไว้
  • คลึงมดลูก และสวนปัสสาวะ
  • ส่งต่อโรพยาบาล

 


Hit Counter