urnurse.net
  การตรวจรักษาโรคเบื้องต้น
 

ข้อเคล็ดและข้อเคลื่อน (Sprain and Dislocation)

พบได้ในทุกวัย ส่วนมากในเด็กและวัยรุ่น สาเหตุ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการถูกแรงกระแทก จากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ ซึ่งมีผลทำให้เกิดการยืดของพังพืดอย่างเฉียบพลัน

การยึดจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของแรงกระแทก ถ้าพังพืดยึดน้อย และข้อยังอยู่ในลักษณะปกติเรียกว่าข้อเคล็ด แต่ถ้าพังพืดถูกยืดแรงมากจนขาด อันเป็นผลให้ผิวข้อขาดการสัมผัส เรียกว่ามีข้อเคลื่อน

:: อาการ
ปวดและบวมบริเวณข้อที่เคล็ด บางครั้งอาจมีห้อเลือดอยู่ด้วย และจะมีการกดเจ็บบริเวณพังพืดที่ถูกยืดออก ข้อเคล็ดจะไม่ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนใด ถ้าเป็นไม่มาก ผู้ป่วยยัง คงใช้ข้อนั้นได้อยู่ แต่จะมีอาการปวดเวลาขยับ
 
ถ้ามีข้อเคลื่อนจะมีอาการปวดบวม และความผิดรูปของข้อนั้น อาการบวมจะมากกว่าปกติ ข้อที่หลุดไปนั้นไม่สามารถขยับได้ ในบางทิศทาง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ข้อนั้นได้ ที่พบบ่อยได้แก่ ข้อเท้า ข้อเข่า และหัวไหล่

:: สิ่งที่ตรวจพบ
 
มีการบวมของข้อ ขยับจะเจ็บ
 
การตรวจภาพรังสีของข้อ จะช่วยในการ วินิจฉัยว่ามีการเคลื่อนของข้อต่อไปหรือไม่ รุนแรงมากน้อยเพียงใด

 

:: การรักษา

  1. ในกรณีข้อเคล็ดภายใน 24 ชั่วโมง แรกให้เอาน้ำแข็งประคบ เพื่อลดบวม รวมทั้งพันด้วยผ้ายืดบริเวณข้อต่อนั้น เพื่อลดการเคลื่อนไหวน้อยลง
  2. ห้ามนวดด้วยยาหม่อง หรือทายาที่ทำให้เกิดความร้อน เพราะจะทำให้บวมจนเกิดผิวหนังพุพองได้
  3. ถ้าผู้ป่วยปวดมากอาจให้ยาแก้ปวด และยาลดการอักเสบ aspirin หรือ paracetamol ครั้งละ 2 เม็ด หลังอาหารวันละ 3-4 ครั้ง
  4. ถ้าในกรณีมีข้อเคลื่อน ต้องรีบส่งต่อแพทย์เพื่อดึงข้อเคลื่อนนั้น ให้เข้าที่เร็วที่สุด ซึ่งอาจต้องทำภายใต้การดมยาสลบ
  5. เมื่ออาการปวดเริ่มบรรเทาลง ควรทำการบริหารข้อต่อ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนใหวได้ตามปกติ และให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบข้อแข็งแรงขึ้น
Hit Counter