urnurse.net
  การตรวจรักษาโรคเบื้องต้น
 

ต้อหิน (Glaucoma)

พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือในครอบครัวที่มี ประวัติเคยเป็นโรคนี้ สาเหตุเกิดจากความดันในลูกตาสูงกว่าปกติ จนเป็นผลทำให้ประสาทเสื่อม และสูญเสียลานสายตาที่มีลักษณะเฉพาะ

:: อาการ
จะขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหิน
 
ถ้าผู้ป่วยต้อหินเรื้อรัง หรือชนิดมุมเปิด (primary open glaucoma) ในระยะแรก จะไม่รู้สึกมีอาการผิดปกติแต่อย่างไร บางคนอาจมี อาการมึนศรีษะ เล็กน้อย มีอาการตามัวทีละน้อย ต้องเปลี่ยนแว่นตาอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่รู้สึกดีขึ้น ต่อมาลานสายตาจะแคบลงกว่าเดิม จนในระยะสุดท้ายจะมีอาการปวดศรีษะ ปวดตาร่วมกับอาการตามัวอย่างมาก มักเป็นทั้งสองข้าง
 
 ผู้ป่วยต้อหินเฉียบพลันชนิดมุมเปิด (primary angle closure glaucoma) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง บริเวณกระบอกตา และหน้าผากอย่างเฉียบพลัน ร่วมกับอาการตาพร่ามัว เหมือนมีหมอกมาบัง มองเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ มักเป็นข้างเดียว และมีอาการคลื่นใส้อาเจียนร่วมด้วย

:: สิ่งที่ตรวจพบ
 
ต้อหินชนิดเรื้อรัง จะพบว่า ความดันในลูกตาจะสูงเกินกว่า 21 มม.ปรอท มีลานสายตาผิดปกติ และ/หรือ มีการเปลี่นแปลงที่ขั้วประสาทตา (optic nerve head) ในลักษณะที่เรียกว่า glaucomatous cuooing (cup/disc มากกว่า 0.5)
 
 ต้อหินชนิดเฉียบพลันจะพบว่าเยื่อบุตาขาวรอบ ๆ กระจกตาดำมีสีแดงเรื่อ ๆ (ciliary injection) มากกว่าบริเวณอื่น กระจกตาดำจะบวม ทำให้มีลักษณะขุ่นมัว รูม่านตาขยายปานกลาง ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง
 
ใช้นิ้วกดลงบนเปลือกตาบน ขณะที่ให้ผู้ป่วยมองต่ำ จะแข็งมากกว่าข้างที่ไม่ปวด

 

:: การรักษา

  • รีบส่งต่อจักษุแพทย์ โดยเฉพาะผู้ป่วยต้อหินชนิดเฉียบพลัน ถ้าวินิจฉัยโรคหรือทำการรักษาช้า อาจจะทำให้ตาบอดได้
Hit Counter