urnurse.net
  การตรวจรักษาโรคเบื้องต้น
 

ข้ออักเสบรูมาตอยต์ (Rheumatoid arthritis)

เป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงคนแก่ พบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ประมาณ 3 ต่อ 1 สาเหตุ ยังไม่มีใครทราบแน่นอน แต่เข้าใจว่าเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ที่มีความไวเกิน และเกิดการต่อต้านกับเนื้อเยื่อของข้อต่อ ทำให้เกิดการอักเสบ และทำลายข้อต่อทั่วร่างกาย โดยเฉพาะข้อนิ้ว ข้อเข่า ข้อเท้า นาน ๆ ไปจะเกิดการเสียรูป และเสียการทำงานของข้อต่อนั้น

:: อาการ

มักปวดตามข้อมือ นิ้วเท้า พร้อมกันทั้งสองข้าง มีไข้ต่ำ ๆ ข้อบวมแดงร้อนและยึดติดแข็ง เป็นมากในตอนเช้า ผู้ป่วยจะรู้สึกขี้เกียจตื่นนอน แต่พอขยับข้อหลาย ๆ ครั้ง อาการปวดหรือ ผืดจะทุเลาลง นอกจากนี้ยังมีอาการซีด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ทำงานไม่ได้ มากเท่าแต่ก่อน ชาตามมือตามเท้า

:: สิ่งที่ตรวจพบ

นิ้วมืออักเสบบวมเป็นรูปกระสวย อาจมีข้อแข็งและพิการ ฝ่ามือแดงหรือผื่นตามผิวหนัง
 
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจเลือดผู้ป่วย อาจพบอาการซีดหรือโลหีตจาง การตรวจ การนอนก้นของเม็ดเลือดแดง (Erythocyte sedimentation rate) ซึ่งเป็น เครื่องชี้วัดภาวะที่มีการอักเสบในร่างกาย มักจะพบว่าสูงกว่าปกติ การตรวจหารูมาตอยด์แฟกเตอร์ อาจจะให้ผลบวกได้
 
การตรวจภาพรังสีของข้อ ในระยะแรกอาจจะไม่พบสิ่งผิดปกติ นอกจากมีการบวมของข้อ กระดูกบริเวณข้อบางลง ต่อมาจะพบลักษณะกระดูกอ่อนถูกทำลาย และระยะ สุดท้ายจะพบกระดูกแข็งถูกทำลาย และข้อเคลื่อนผิดรูป

:: การรักษา
  1. อธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่า เป็นโรคที่ต้องรักษาติดต่อกันเป็นเวลานาน
  2. ผู้ป่วยต้องฝึกบริหารข้อที่ยึดเป็นประจำ การทำกายภาพบำบัด จะป้องกันความพิการ ซึ่งในการบริหารข้อที่มีอาการยึดติด ในครั้งแรก จะเจ็บปวดมาก และจะค่อยลดอาการเจ็บปวดลง
  3. การอาบน้ำอุ่น การแช่น้ำอุ่น หรือการประคบข้อที่อักเสบด้วยความร้อน จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี และช่วยให้ข้อหายยึดติดได้
  4. ถ้ามีอาการปวดมากให้ยาแก้ปวด Aspirin ครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ร่วมกับยาลดกรด Antacid ครั้งละ1-2 ช้อนโต๊ะ
  5. ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้ส่งพบแพทย์
Hit Counter